วิธีดูแลผิวหน้า รับมือกับปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5
วิธีดูแลผิวหน้า รับมือกับปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5

วิธีดูแลผิวหน้า รับมือกับปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5

ด้วยสภาพอากาศตอนนี้ หลายคนมี วิธีดูแลผิวหน้า กันยังไงบ้างน้า ? เชื่อว่าเหล่าซิสทั้งหลาย คงไม่มีใครไม่รู้จัก ฝุ่นพิษ PM 2.5 แน่นอน มันมีลักษณะคล้ายหมอก แต่ไม่ใช่!! มันมีขนาดเล็กมากกก และอันตรายมากเช่นกัน เพราะมันคือตัวร้ายที่กำลังทำร้ายร่างกายของเราอยู่ตอนนี้ รวมไปถึงทำร้ายผิวหน้าของเรา ทั้งเกิดการอักเสบของผิว แพ้ง่าย ขาดความชุ่มชื้น ผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ เยอะแยะมากมาย แต่ก็นะ เราเลี่ยงมันไม่ได้ เราก็ต้องดูแลผิวหน้าเผื่อรับกับปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้ได้!! ไปค่ะซิส ไปดู วิธีดูแลผิวหน้า กันดีกว่าค่ะ วิธีดูแลผิวหน้า รับมือกับฝุ่นพิษ PM 2.5 ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ 1 Cleansing oil ตัวสำคัญที่จะช่วยล้างสิ่งสกปรกรวมไปถึงฝุ่นละอองที่เกาะติดหรือตกค้างออกจากผิวหนัง แต่ไม่ควรขัดหน้าหรือถูแรงจนเกินไปค่ะ 2 ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องผิวหน้าจากมลภาวะ  เลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยต่อต้านฝุ่นและมลภาวะ โดยจะทำหน้าที่เป็นฟิล์มบางๆ เคลือบผิวไม่ให้มลภาวะเข้า นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟู และปลอบประโลมผิวไปด้วยในตัวอีกด้วย 3 ครีมกันแดด  อันนี้สำคัญไม่แพ้กัน ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ลดการเกิดจุดด่างดำ กระ ฝ้า ทาก่อนออกแดด 30 นาที เลือกครีมกันแดดครอบคลุมได้ทั้ง UVA และ UVB มีสารต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งอนุภาคละอองฝุ่นไม่ให้เกาะติดที่ผิวได้ค่ะ 4 มาส์กหน้า ถือเป็นการบำรุงผิวแบบพิเศษอีกทางหนึ่งที่นอกเหนือไปจากการทาครีมบำรุงผิว มาส์กช่วยทำให้ผิวกระชับแข็งแรงขึ้น อีกอย่างยังช่วยดูดสิ่งสกปรกใต้ผิวออกมาได้อีกด้วย ถือว่าเหมาะกับสภาพอากาศช่วงนี้มาก 5 Treatment ด้วย Meno Aura  การทำทรีทเม้นท์ ก็เป็นสิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่ง โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ ขอแนะนำเป็นตัว Meno Aura โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงผลักวิตามินเข้าสู่ผิวหน้า คืนความสดชื่นสู่ผิว ทำให้ผิวแข็งแรง ชุ่มชื้น ลดจุดด่างดำและความหมองคล้ำจากมลภาวะที่เป็นอยู่ตอนนี้ได้ดีทีเดียว 6 Ultra Face Boost โปรแกรมบำรุงผิวหน้าแบบล้ำลึก  เป็นการนำวิตามินเข้มข้นเข้าสู่ผิวหน้า ส่วนผสมหลัก คือ น้ำเลี้ยง Stem Cell และวิตามินบำรุงผิว คืนความยืดหยุ่นให้แก่ผิว บำรุงแบบล้ำลึก ฟื้นฟูเซลล์ผิวจากภายใน ทำให้จุดด่างดำ และริ้วรอยจางลงได้   เป็นไงค่ะซิส ง่ายมั้ยล่ะ แค่ดูแลผิวหน้าตามที่คัดสรรมาให้ เราก็จะมีผิวหน้าที่แข็งแรง สุขภาพดี สวย เริ่ด เชิด เพื่อสู่กับมลภาวะฝุ่น PM 2.5 ในทุก ๆ วัน ได้แล้ว โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซก็ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพกันด้วยนะ สุดท้ายอย่าลืมใส่หน้ากากกันด้วยน๊า    สอบถามข้อมูลได้ที่ Call Center : 02-1054370 Facebook : masterpiecehospital Instagram : masterpiece_Hospital Line : @masterpiececlinic Youtube : Masterpiece Hospital    

ปัญหาหน้าแก่ แก้ได้ไม่ยากด้วยการ กำจัดถุงใต้ตา
ปัญหาหน้าแก่ แก้ได้ไม่ยากด้วยการ กำจัดถุงใต้ตา

ปัญหาหน้าแก่ แก้ได้ไม่ยากด้วยการ กำจัดถุงใต้ตา

หน้าสวย ผิวใส หุ่นเป๊ะ แต่ตกม้าตายเพราะ ถุงใต้ตา มาก็เยอะแยะ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือสาว ๆ ที่ชอบทำงานหนัก จ้องหน้าจอนาน ๆ ทั้งวัน รับรองมีสะเทือน เพราะมันคือตัวปัญหาที่ทำให้หน้าโทรม ไม่สดใส แถมหน้าแก่ก่อนวัยอันควรอีกด้วย แต่อย่าเพิ่งกังวลไปเลยค่ะ เพราะวันนี้เรามีวิธี กำจัดถุงใต้ตา บอกเลยว่าไม่ยุ่งยากมาฝากทุกคนกัน ก่อนจะไป กำจัดถุงใต้ตา ต้องรู้ก่อนว่าถุงใต้ตา เราเป็นแบบไหน ถุงใต้ตา เทียม อันนี้ส่วนมากเกิดจากคนที่อดหลับอดนอน โหมงานหนัก ใช้สายตามากเกินไป เลยทำให้การหมุนเวียนของเลือดบริเวณดวงตาไม่ดี เลยมีอาการคั่งน้ำ ทำให้ใต้ตาบวมขึ้นมาจนเกิดถุงใต้ตาได้นั่นเองค่ะ  ดังนั้นถ้าไม่อยากมีถุงใต้ตา แล้วต้องมานั่งหาวิธี กำจัดถุงใต้ตา ทีหลัง ก็ควรพักผ่อนให้เพียงพอ หากใครเกิดถุงใต้ตาเทียมแล้ว ก็ไม่ต้องกังวลใจเรามีวิธีแก้เบื้องต้นดังต่อไปนี้ค่ะ     ประคบเย็น โดยเอาผ้าห่อน้ำแข็ง หรือจะใช้ช้อนแช่เย็นมาครอบเบ้าตาก็ได้ผลนะ เพราะความเย็นจะช่วยคลายอาการบวมน้ำของ ถุงใต้ตา ออกไปได้ อาการบวมก็จะค่อย ๆ ลดลงไป   กดนวดใต้ตา วิธีสำหรับคนไม่ชอบใช้อุปกรณ์ให้ยุ่งยากลองกดนวดใต้ตา เวลาว่าง ๆ ไม่รู้จะทำไร นวดถุงใต้ตาวนไป เริ่มจากนวดเบา ๆ ที่มุมของหัวตาไปจนถึงหางตาและกดจุดตรงหัวตากึ่งกลางของขอบตาล่าง ค้างไว้ประมาณ 10 วินาที แล้วทำซ้ำไปเรื่อย ๆ ทำประจำยามว่างก็ช่วยลดถุงใต้ตาได้แล้วค่ะ (วิธีนี้อาจจะต้องเบามือนิดนึง เพราะใต้ตาบอบบางกว่าที่คิด นวดแรงเกินไปอาจทำให้เส้นเลือดฝอยแตกเป็นเหตุทำให้ขอบตาคล้ำได้นะ ) ใช้ถุงชา  เอามาประคบเบ้าตาก็ช่วยลด ถุงใต้ตา ได้ เพราะในถุงชามีสารกาเฟอีนที่ช่วยลดอาการบวมของผิวหนังได้ จึงเหมาะแก่การเอามาประคบเป็นอย่างมากค่ะ   ถุงใต้ตาแท้   ไม่ได้เป็นเพราะอดหลับอดนอน หรือใช้สายตาหนักมากแต่อย่างใด แต่มักมาจากกรรมพันธุ์ทำให้มีก้อนไขมันที่อยู่ใต้ตา ซึ่งจะค่อย ๆ ขยายใหญ่จนกลายเป็นถุงใต้ตา แล้วมักจะรักษาด้วยครีมธรรมดา หรือครีมสลายไขมันไม่ได้ผล สุดท้ายจำเป็นต้องได้รับการรักษาคือ การศัลยกรรมผ่าตัดถุงใต้ตานั่นเอง   *ถุงใต้ตาที่เกิดจากการศัลยกรรม มีหลายคนมาก ที่อยากมีตาหวาน ๆ Dolly Eyes แบบสาวเกาหลี เลยต่างพากันไปฉีดฟิลเลอร์ทำ Dolly Eyes ใต้ตาให้ดูหวาน แต่รู้หรือไม่ ว่าผลค้างเคียงการฉีดฟิลเลอร์นั้นนานวันเข้า มีก้อนตะปุ่มตะป่ำ บวมไม่ยุบ และเกิดผังผืด จนสุดท้ายก็ต้องมานั่งแก้ด้วยการไปผ่าตัดถุงใต้ตาอยู่ดีค่ะ   ถุงใต้ตาที่เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์   ถุงใต้ตา แท้และถุงใต้ตาที่เกิดจากการศัลยกรรม แก้ได้โดย การผ่าตัดถุงใต้ตา ซึ่งเป็นการผ่าตัดเอาหนังส่วนเกินออกพร้อมกับกำจัดไขมันใต้ตา วิธีนี้ช่วยให้หน้าดูเด็ก ไม่โทรม เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาถุงใต้ตามากผิดปกติ และใต้ตาหย่อนคล้อย เป็นไงบ้าง วิธีต่างๆที่คัดมาให้ ยังไงก็ลองเอาไปปรับใช้ให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคนดูนะ จะได้ห่างไกลจากถุงใต้ตา แต่ถ้าไม่มีวิธีไหนเอาอยู่ ลองเข้าไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซได้เลยค่ะ จะได้แก้ปัญหาถูกจุด และไม่ต้องเสียเวลากันอีกต่อไปค่ะ   สอบถามข้อมูลได้ที่ Call Center : 02-1054370 Facebook : masterpiecehospital Instagram : masterpiece_Hospital Line : @masterpiececlinic Youtube : Masterpiece Hospital

5 ข้อควรรู้ ก่อน ฉีดฟิลเลอร์
5 ข้อควรรู้ ก่อน ฉีดฟิลเลอร์

5 ข้อควรรู้ ก่อน ฉีดฟิลเลอร์

ว่ากันว่าผู้หญิงอย่าหยุดสวย....ใช่แล้วค่ะ !! เกิดเป็นผู้หญิง เรื่องความสวยความงามเป็นอะไรที่ sensitive มาก ๆ  ยิ่งอายุก้าวเข้าเลข 3 ก็เริ่มกุมขมับกับปัญหาต่าง ๆ ที่มาเยือน ไม่ว่าจะเป็น ตีนกา ร่องแก้ม ริ้วร้อย สารพัดเยอะแยะ แต่ไม่ต้องกังวลไป หรอกนะสาว ๆ เพราะปัจจุบันมีวิธีโกงอายุใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ หน้าเด็กกว่าวัยหลายวิธีมาก ๆ  เช่น ทาครีมบำรุง ทำทรีทเมนท์ สปานวดหน้า หรือแม้แต่หันไปเพิ่งทางแพทย์อย่างการ ฉีดฟิลเลอร์ มาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า ฟิลเลอร์ คือสารที่ช่วยเติมเต็มส่วนที่ต้องการบนใบหน้า ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอย ร่องแก้ม ผิวพรรณที่เหี่ยวย่น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และเกิดความกระชับ  ฟิลเลอร์ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดี แต่ยังมีข้อควรที่ต้องระวังกันด้วย วันนี้เลยมี 5 ข้อที่ควรรู้ก่อน ฉีดฟิลเลอร์ มาฝากค่ะ เตรียมตัวอย่างไรก่อน ฉีดฟิลเลอร์ อันดับแรกเช็กตัวเองก่อน ว่ามีโรคประจำตัว อาการแพ้ภูมิตัวเอง โรคเลือด หรือกินยาสลายลิ่มเลือดหรือเปล่า เพราะถ้าหากเป็นอยู่แล้วดันไป ฉีดฟิลเลอร์ เข้า ก็อาจทำให้แพ้ และเสี่ยงอันตรายได้   จะรู้ได้ไงว่าฟิลเลอร์ของแท้ สามารถเช็กเลข Serial Number  Ref. และ Lot.ที่อยู่ข้างกล่องได้ ตอนฉีดแพทย์ต้องแกะกล่อง เปิดหลอดใหม่ ให้ดูยาต่อหน้าจนหมด และสามารถเอากล่องและหลอดกลับบ้านได้   ผลข้างเคียง หลังฉีดแน่นอนว่าต้องมี จุดแดง รอยช้ำ และรอยเข็มที่ฉีด ไม่ต้องกังวลเพราะอาการเหล่านี้คือปกติมาก ๆ และมันจะหายได้เอง 1-2 วัน   เห็นผลกี่วันอยู่ได้กี่ปี หลังฉีดฟิลเลอร์จะเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ฉีดครั้งแรกเลย และจะอยู่ได้นาน 6 – 12 เดือน แต่ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้และบริเวณที่ฉีดด้วย และหลังจากนั้นก็จะสลายได้เองตามธรรมชาติ   ข้อดีข้อเสียของฟิลเลอร์ ข้อดี  ช่วยทำให้หน้าดูกระชับ เติมเต็มส่วนที่ต้องการ เช่น ร่องแก้มลึก ริ้วรอย ตีนกา รอยย่น ใช้เวลาน้อยเห็นผลทันทีตั้งแต่ฉีดครั้งแรก ข้อเสีย  หากฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่ได้รับมาตรฐาน หรือไม่มี อย. อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ และความเสี่ยงอื่น ๆ ดังนั้นควรใช้บริการจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น   คราวนี้สาว ๆ ก็รู้แล้วว่าก่อนจะฉีดฟิลเลอร์ต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดี หาคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ปลอดภัยเชื่อถือได้เพื่อความสวยที่ยาวนาน และโรงพยาบาลมาสเตอร์พีซก็มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ พร้อมที่จะแก้ไขปัญหาใบหน้า ได้ตรงตามที่สาว ๆ ต้องการเลย   สอบถามข้อมูลได้ที่ Call Center : 02-1054370 Facebook : masterpiecehospital Instagram : masterpiece_Hospital Line : @masterpiececlinic Youtube : Masterpiece Hospital  

ส่องจุด “ดูดไขมันหน้า” ยอดนิยม อยากหน้าเรียวห้ามพลาด
ส่องจุด “ดูดไขมันหน้า” ยอดนิยม อยากหน้าเรียวห้ามพลาด

ส่องจุด “ดูดไขมันหน้า” ยอดนิยม อยากหน้าเรียวห้ามพลาด

ดูดไขมัน เป็นวิธีกำจัดไขมันที่เห็นผลชัดเจน รวดเร็ว และถาวร ทำให้การ ดูดไขมัน เป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน ซึ่งในปัจจุบันการดูดไขมันก็พัฒนาไปไกลมากยิ่ง ไม่ใช่แค่เพียงดูดไขมันบริเวณร่างกายเท่านั้น แต่ยังสามารถ  ดูดไขมันหน้า ได้เช่นเดียวกัน แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าใบหน้าของเรานั้น สามารถดูดไขมันจากส่วนไหนออกไปได้บ้าง เราจะพามาส่องจุด ดูดไขมัน บนใบหน้าที่สาว ๆ นิยมทำกัน เพื่อให้หน้าเรียวกระชับถาวรค่ะ 1.ดูดไขมันบริเวณเหนียง จุดดูดไขมันหน้ายอดนิยม อันดับ 1 คงหนีไม่พ้น การดูดไขมันบริเวณเหนียง นี่แหละค่ะ ยิ่งคนไทยไม่ว่าจะอายุเยอะ อายุน้อย อ้วน ผอม ชาย หญิง ก็สามารถมีเหนียงกันได้ทั้งนั้น สาเหตุหลักก็มาจากทิศทางการกินของบ้านเรา ที่นับวันอาหารต่าง ๆ ก็ยิ่งเค็ม ยิ่งหวาน ยิ่งมัน กันไปซะทุกร้าน กินไป กินมา เอ้า! ไขมันจุกเหนียงไม่รู้ตัวไปซะแล้ว การทำให้เหนียงหายไปก็ยากเย็นแสนเข็ญซะจริ๊ง ทำให้หลายคนรีบตบเท้าเข้ามาดูดไขมันบริเวณเหนียงกันซะยกใหญ่ 2.ดูดไขมันบริเวณกรอบหน้า จุดดูดไขมันหน้ายอดนิยมอันดับ 2 เป็นอะไรไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ดูดไขมันบริเวณกรอบหน้า ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากกรรมพันธุ์ทำให้ไขมันมาสะสมบริเวณกรอบหน้าเยอะ หน้าเลยดูบาน อ้วนย้วยได้มากกว่าคนปกติ และสาเหตุส่วนน้อยก็มาจากการตามใจปาก จนทำให้อ้วนและมีไขมันมาสะสมบริเวณขอบกรามมาก จึงมีไม่น้อยที่เข้ามาแก้ไขปัญหานี้ด้วยการดูดไขมันกรอบหน้าค่ะ 3.ดูดไขมันบริเวณแก้ม อันดับสุดท้าย ที่ถึงแม้จะมีคนมาปรึกษาไม่มาก แต่ก็ไม่ใช่น้อยที่เข้ามา นั้นคือการดูดไขมันบริเวณแก้มนั่นเอง สาเหตุการเกิดไขมันสะสมบริเวณนี้ ส่วนใหญ่มาจากกรรมพันธุ์เช่นเดียวกับไขมันบริเวณขอบกราม ซึ่งไขมันบริเวณแก้มนั้นจะทำให้ใบหน้าดูกลม และบานกว่าปกติ ส่งผลให้รูปร่างดูใหญ่ขึ้นไปด้วย (ทั้งที่จริงอาจเป็นคนมีรูปร่างผอมอยู่แล้ว) จึงทำให้หลายคนเข้ามาแก้ไขปัญหาส่วนนี้ไม่น้อย การ ดูดไขมันหน้า แม้ว่าจะช่วยให้ใบหน้ากระชับได้ในเวลาไม่นาน จนอยากจะพุ่งตัวเข้าไปทำสวยกันทันที แต่สาว ๆ บางคนอาจมีใบหน้าบวมใหญ่ได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นกระดูกกรามใหญ่ กล้ามเนื้อบนใบหน้ามีขนาดใหญ่ หรือแก้มใหญ่จาก ไขมันในกระพุ้งแก้ม ก็ทำให้หน้าบวมใหญ่ได้ เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจดูดไขมันใบหน้า ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ เพื่อให้แพทย์วิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง และแก้ไขได้อย่างตรงจุด จะได้มีหน้าเรียวสวยได้อย่างถาวรกันนะคะ สอบถามข้อมูลได้ที่ Call Center : 02-1054370 Facebook : masterpiecehospital Instagram : masterpiece_Hospital Line : @masterpiecehospital Youtube : Masterpiece Hospital

ฉีดไขมันหน้าเด็ก ดีจริงดิ?!
ฉีดไขมันหน้าเด็ก ดีจริงดิ?!

ฉีดไขมันหน้าเด็ก ดีจริงดิ?!

เทรนด์หน้าอวบอิ่ม ฉ่ำวาว สไตล์สาวเกาหลีกำลังมาแรงแซงทางโค้ง ไม่ว่าสาว ๆ คนไหนก็อยากมีใบหน้าสวยสดใส แลดูอ่อนเยาว์กันทั้งนั้น แต่ก่อนที่เราจะทำสวย ฉีดไขมันหน้าเด็ก ก็ควรศึกษาหาข้อมูลและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการศัลยกรรมเติมเต็มไขมันให้ดีเสียก่อน ไม่ใช่ทำตามเทรนด์อย่างเดียวนะจ๊ะ!! ฉีดไขมันหน้าเด็กคืออะไร แล้วดีจริงมั้ย? ปกติแล้วเมื่อคนเราอายุเพิ่มขึ้นไขมันบริเวณใบหน้าจะค่อย ๆ ลดน้อยลงตามไปด้วย ทำให้ผิวพรรณของเราเริ่มเหี่ยวแห้งไปตามกาลเวลา Fat Transfer จึงเป็นวิธีเติมเต็มจุดบกพร่องด้วยไขมันตัวเอง โดยการนำเอาไขมันส่วนเกินจากส่วนต่าง ๆ มาผ่านกระบวนการสกัดคัดแยกเซลล์ไขมันบริสุทธิ์ แล้วนำกลับมาฉีดยังจุดบกพร่องหรือต้องการเติมเต็ม เช่น ริ้วรอยร่องลึก หน้าซูบหน้าตอบ ใต้ตาที่หมองคล้ำ หน้าผากที่แบนราบ เมื่อฉีดไขมันแล้วก็จะทำให้ใบหน้าดูเด็กลงเป็น 10 ปี หน้าตาแลดูสดใส เอิบอิ่ม มีมิติ ริ้วรอยและความหมองคล้ำต่าง ๆ จางลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ฉีดไขมันหน้าเด็ก กับ ฟิลเลอร์ อะไรดีกว่ากัน? แม้การฉีดฟิลเลอร์จะมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า แต่เมื่อตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์แล้ว 1 ครั้ง คุณจะต้องกลับมาเติมอีกในทุก ๆ 6-8 เดือนเมื่อฟิลเลอร์สลายไป แต่หากลงทุนกับการฉีดไขมันใบหน้าเพียง 1 ครั้ง นอกจากคุณจะได้ใบหน้าที่ดูเด็กลงแล้ว ยังปลอดภัยเพราะสิ่งที่ฉีดเข้าไปมาจากเซลล์ไขมันของคุณเอง และไม่ต้องกลับไปเติมบ่อย ๆ เหมือนฟิลเลอร์อีกด้วยค่ะ ฉีดไขมันหน้าเด็กเหมาะกับใครบ้าง? • ผู้ที่มีหน้าผากแบนราบ แล้วต้องการเติมเต็มให้หน้าผากนูนสวย มีมิติ รับกับใบหน้า • ผู้ที่มีใต้ตาคล้ำ เบ้าตาลึก แล้วต้องการลบเลือนความหมองคล้ำรอบดวงตา • ผู้ที่มีใบหน้าทรุดโทรม ไม่สดใส หน้าแก่ แล้วอยากย้อนวัยให้ดูอ่อนเยาว์ สดใส มีชีวิตชีวา • ผู้ที่มีแก้มตอบ ร่องแก้มลึก มีริ้วรอยเหี่ยวย่น แล้วต้องการให้ใบหน้าอวบอิ่มและต้องการให้ริ้วรอยต่าง ๆ จางลง ฉีดไขมันหน้าเด็กที่ไหนดี? จะฉีดไขมันใบหน้าทั้งที แค่คำว่าสวยอย่างเดียวคงไม่พอ ถ้าเติมไขมันมากไป อาจกลายเป็นปลาทองหัววุ้นได้ ก่อนจะปังเป็นพังซะก่อน ดังนั้นหากคิดจะฉีดไขมันหน้าเด็กแล้วล่ะก็ ต้องเลือกสรรสถานที่ให้ดีก่อนศัลย์ สำหรับที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราคำนึงถึงความสวยอย่างเป็นธรรมชาติ บนพื้นฐานของความปลอดภัย ไม่มีการฉีดเผื่อเหลือ มีแต่ฉีดอย่างพอเหมาะกำลังดี ออกมาสวยดูดีและเป็นธรรมชาติแน่นอนค่ะ สอบถามข้อมูลได้ที่ Call Center : 02-1054370 Facebook : masterpiecehospital Instagram : masterpiece_Hospital Line : @masterpiecehospital Youtube : Masterpiece Hospital

4 สาเหตุต้องถอดซิลิโคน วัสดุที่ไม่เคยมีวันหมดอายุ
4 สาเหตุต้องถอดซิลิโคน วัสดุที่ไม่เคยมีวันหมดอายุ

4 สาเหตุต้องถอดซิลิโคน วัสดุที่ไม่เคยมีวันหมดอายุ

อยาก เสริมจมูก สมัยนี้ ต้องไม่ใช่แค่เสริมเพื่อเพิ่มความโด่งพุ่งปลายอย่างเดียวแล้วนะคะ จะถอยซีรี่ส์ใหม่แต่ละครั้งต้องได้ทั้งงานปังและไม่เสี่ยงพังในอนาคต! ซึ่งเชื่อว่าร้อยทั้งร้อยก็ตั้งจิตมาแต่ไกลตั้งใจมาจากบ้านแล้วว่าผลลัพธ์ที่ได้ต้องออกมาดี แต่ๆๆๆ สุดท้ายก็มีเหตุให้ต้องถอดซิลิโคนออก ทำจมูกซ้ำอีกจนได้ เป็นเพราะอะไร ไหนว่าซิลิโคนไม่มีวันหมดอายุ ? ซิลิโคนที่ใช้ศัลยกรรม ไม่ว่าจะเป็นการ เสริมจมูก เสริมหน้าอก หรือส่วนต่างๆ เป็นสิ่งที่สามารถอยู่ในร่างกายของเราได้ตลอดชีวิต โดยไม่ทำปฏิกิริยาใดๆ กับร่างกาย เพราะเป็นซิลิโคนเกรดบริสุทธิ์ทางการแพทย์ หรือ Medical grade หากคุณหมอใช้วัสดุมีคุณภาพตามที่บอก ปัญหาจากซิลิโคนจะแทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย แต่อาจมาจากสาเหตุอื่น 1. จับบ่อยจนติดเชื้อ! จะโทษว่ามือหมอไม่ดีเสมอไปก็ไม่ได้นะคะ สาเหตุส่วนหนึ่งก็มาจากตัวเราเองด้วยนี่แหละ หลังเสริมจมูกเสร็จใหม่ๆ คุณหมอถึงชอบแนะนำไม่ให้กินของหมักดอง งดจับ หรือสัมผัสซีรี่ส์ใหม่ด้วยความภูมิใจจนบ่อยเกิ๊น! นี่ยังไม่รวมการกระแทกอย่างรุนแรงโดยไม่ตั้งใจ เช่น การไอจามอีกนะคะ วิธีหลีกเลี่ยงที่ดีที่สุดคือกินยาดักไว้ และไม่พาตัวเองไปพื้นที่เสี่ยงจาม ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ทำจมูกติดเชื้อเอาได้ง่ายๆ ค่ะ 2. สันแดงจนต้องแก้เพราะไม่เหลาฮัมพ์ ฮัมพ์ (Nasal Hump) คือ กระดูกบริเวณสันจมูกที่นูนขึ้นมา มักเกิดกับชาวต่างชาติฟากตะวันตกซะส่วนใหญ่ แต่ใช่ว่าจะไม่มีในแถบเอเชียเลย! ในเคสที่มีฮัมพ์ คุณหมอจะต้องเหลากระดูกให้เรียบก่อนที่จะลงมือวางซิลิโคนเสมอ เพื่อให้วางซิลิโคนได้แนบสนิท เปรียบเหมือนการสร้างบ้านแหละค่ะ ก่อนจะสร้างจริงเราก็ต้องเกลี่ยพื้นดินให้เรียบซะก่อน ไม่ใช่ที่ดินมีเนินอยู่แล้วเราจะสร้างบ้านค่อมลงไปเลย และถ้าคุณหมอไม่เหลาฮัมพ์ให้ก่อนเสริมจมูก ต้องเกิดภาพสันจมูกบาง หรือแดง ในอนาคตอย่างแน่นอนค่ะ 3. เลือกไซซ์ผิด ชีวิตเปลี่ยน! รู้ค่ะรู้ว่าเสริมจมูกทั้งทีก็อยากให้มันพุ่ง! เชิด! โด่ง! แต่ถ้าไม่อยากมีสตอรี่ทำจมูกแล้วเนื้อบาง ผิวแดง จนต้องถอดซิลิโคนออกเปลี่ยนใหม่ ก็ต้องฟังผู้เชี่ยวชาญให้มากๆ หน่อยนะคะ โดยเฉพาะคนที่รู้ตัวว่าเนื้อจมูกน้อย ถ้าได้ใส่ซิลิโคนไซซ์ใหญ่เกินที่ผิวจมูกจะรับได้ ช่วงแรกๆ อาจจะยังไม่เห็นปัญหา แต่นานไปแรงกดบริเวณผิวหนังจะแรงขึ้นเรื่อยๆ จนมองเห็นเป็นปลายบาง ปลายทะลุได้ด้วยตาเปล่า! 4. อายุมากขึ้น ซิลิโคนชัดขึ้นด้วย สาเหตุสุดท้ายอาจเลี่ยงยากสักหน่อย ปัจจัยทางด้านอายุยังมีผลต่อการเปลี่ยนซิลิโคนอยู่บ้าง เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น ผิวหนังของเราก็จะบางลง ตามระบบกลไกของธรรมชาติ แต่ไม่เคยมีผู้เชี่ยวชาญคนไหนออกมาบอกอย่างชัดเจนว่าต้องอายุเท่าไรถึงควรกลับเข้ามาเปลี่ยนซิลิโคนหรอกนะคะ เพราะผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินให้ว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนซิลิโคนหรือยัง ไม่จำเป็นว่าเสริมจมูกครบ 10 ปี 20 ปี แล้วได้เวลาต้องถอดเปลี่ยน งดมโนนะคะ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยการเคลื่อนไหวบนใบหน้า เช่น การยิ้ม พูดคุย หรือขยับปาก ที่ทำให้ผิวหนังเกิดแรงตึงมากๆ ร่วมด้วย และสรุปสุดท้ายของบทความแค่อยากจะบอกว่า เสริมจมูกไปแล้วไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนซิลิโคนซ้ำอีกทุกคนไป! จะสวยนานแบบไร้ปัญหาได้นานแค่ไหน ก็ชั่งใจเลือกทุกสิ่งให้มันดี ปรึกษาเรื่องเสริมจมูกฟรี! ที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ ที่ไลน์ @masterpiececlinic จะได้ไม่เสี่ยงถอดให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยนะคะ สอบถามข้อมูลได้ที่ Call Center : 02-1054370 Facebook : masterpiecehospital Instagram : masterpiece_Hospital Line : @masterpiecehospital Youtube : Masterpiece Hospital